สิวมีกี่ประเภท?

1. สิวเสี้ยน มักจะพบมากบริเวณจมูก ลักษณะเป็นจุดดำๆ หรือเห็นเป็นหนามแหลมสีขาว เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันของไขมันที่จับตัวเข้ากับเยื่อรูขุมขนที่หลุดลอก ออกและขนอ่อนที่ตกค้างในรูขุมขน เวลากดสิวไขมันก็จะหลุดออกมาเป็นสิว

2. สิวผด หรือสิวเทียมสิว เป็นลักษณะผดเม็ดเล็กๆ ที่ขึ้นแถวๆ หน้าผากและแก้ม ลักษณะไม่เป็นสิวชัดเจน บางทีในตอนเช้าอาจจะยังไม่มีผื่นพอตกบ่ายเท่านั้นผดผื่นก็จะเริ่มขึ้นแล้ว สิวชนิดนี้มักเกิดจากความร้อน แสงแดด การเช็ดถูหน้าบ่อยๆ หรือการเช็ดหน้าแรงเกินไป

3. สิวอุดตัน เป็นสิวหัวเปิดหรือสิวหัวดำ เป็นสิวที่มีรูเปิดออกบริเวณภายนอก ทำให้บริเวณที่เป็นหัวสิวสัมผัสกับแสงแดดและฝุ่นละอองซึ่งสังเกตเห็นเป็นจุด ดำๆ อยู่บริเวณหัวสิว แต่มักไม่อักเสบ และสามารถหลุดออกได้เอง

4. สิวอักเสบ เป็นสิวที่เกิดขึ้นมาการอักเสบของเซลล์ผิวหนังอันเนื่องมาจากเชื้อแบคทีเรีย พีเอคเน่ ทำให้เกิดการอักเสบ เห็นเป็นรอยนูนแดงได้อย่างชัดเจน ถ้าการอักเสบนี้อยู่บริเวณต้นๆ ของท่อไขมันก็จะเห็นเป็นก้อนนูนบวมขึ้นมา หากการอักเสบรุนแรงมาก และลึกลงไปถึงใต้ชั้นผิวหนังจนกลายเป็นถุงหนองฝังอยู่ภายในจะเรียกว่า สิวหัวช้างหรือสิวอักเสบนั่นเอง

 

อะไรกระตุ้นให้เกิดสิว?

1. สารเคมี 2. ความเครียด 3. การสัมผัส 4. ความสะอาด 5. อาหารที่มีความมัน 6. แสงแดด 7. มลภาวะต่างๆ

ดูแลสิวอย่างไรดี?

1. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น กากหมู , ของทอดต่างๆ

2. อย่าใช้มือที่สกปรกสัมผัสใบหน้า หรือเกาหน้าเมื่อคัน

3. ควร ล้างหน้าด้วยน้ำยาล้างหน้าอย่างอ่อน (gentle cleanser) ที่ไม่มีฟอง อย่าใช้สบู่ หรือ โฟมที่มีสาร SLS , น้ำมันมากๆ ควรเลือกที่ไม่อุดตันผิว

4. ควรล้างหน้าเพียงวันละ 2-3 ครั้ง การล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น จนเกิดการอุดตันของไขมันกลายเป็นสิวได้

5. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่เพิ่มความมันบนใบหน้า

6. เลือกใช้เครื่องสำอางที่อ่อนโยนต่อผิว (for sensitive skin )ปราศจากน้ำมัน (oil free) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (non-comedongenic)

7. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าอดนอนหรือนอนดึก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส

8. ทานผักผลไม้ ที่มี fiber สูง ซึ่งทำให้ขับถ่ายดี ช่วยลดการเกิดสิวได้

9. อย่าบีบ หรือแกะหัวสิวให้แตก เพราะจะทำให้อักเสบมากขึ้น หายช้าลง และเกิดแผลเป็น

Pin It on Pinterest

Share This